พม. จัดประชุมพัฒนากลไกศูนย์ประสานงานด้านความเสมอภาคระหว่างเพศ

News Update

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 63 เวลา 09.30 น. นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนากลไกศูนย์ประสานงานด้านความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย โดยมีนางสาววิจิตา รชตะนันทิกุล รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวรายงาน ทั้งนี้ มีคณะผู้บริหารด้านการเสริมสร้างบทบาทหญิงชาย (Chief Gender Equality Officer – CGEO) หัวหน้าศูนย์ประสานงานด้านความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย (Gender Focal Point – GFP) และเจ้าหน้าที่ GFP ทุกหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. รวมจำนวน 45 คน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องปรินซ์ บอลรูม 3 ชั้น 11 โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพฯ

นายปรเมธี กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหน่วยงานหลักของรัฐบาลที่ดำเนินการขับเคลื่อนงานส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ โดยได้ให้ความสำคัญของผู้บริหารและกลไกหลักในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศภายในหน่วยงาน ได้แก่ CGEO และ GFP ที่มีความรู้และความตระหนักในเรื่องเพศภาวะ สิทธิสตรี และการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ จะนำไปสู่การกำหนดนโยบาย ทิศทาง และการดำเนินงานที่คำนึงถึงความแตกต่างทางเพศ และประเด็นเพศภาวะ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เด็ก เยาวชน สตรี ครอบครัว คนพิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ ในการให้เข้าถึงบริการและสิทธิสวัสดิการสังคมของกระทรวง พม. อย่างเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) จึงได้นำ CGEO GFP และเจ้าหน้าที่ GFP ทุกหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนากลไกศูนย์ประสานงานด้านความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย เพื่อเสริมสร้างความรู้และความตระหนักในประเด็นความเสมอภาคระหว่างเพศนายปรเมธี กล่าวต่อไปว่า การประชุมวันนี้ นับเป็นการเสริมสร้างความรู้และความตระหนักในประเด็นความเสมอภาคระหว่างเพศแก่หน่วยงานของกระทรวง พม. โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ในประเด็น สิทธิสตรี และการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ มาให้ความรู้ แลกเปลี่ยน และข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ เพื่อขับเคลื่อนกระทรวง พม. เป็นองค์กรต้นแบบในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศนายปรเมธี กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระทรวง พม. มีการจัดการประชุม CGEO และ GFP โดยกำหนดแนวการพัฒนาใน 5 มิติ เพื่อสร้าง พม. ให้เป็นต้นแบบองค์กรในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ประกอบด้วย 1. มิติการพัฒนากลไก โดยให้มีการแต่งตั้ง CGEO ระดับกรม และ GFP ในทุกกรม และทบทวนการดำเนินการตามแผนแม่บทด้านการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ เป็นต้น 2. มิติการพัฒนาบุคลากร โดยให้ความรู้เรื่องเพศภาวะและการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ รวมถึงการบูรณาการเพศภาวะในการปฏิบัติงานกับกลุ่มเป้าหมายของหน่วยงาน 3. มิติการพัฒนาการปฏิบัติงาน โดยจัดเก็บข้อมูลจำแนกเพศในองค์กรทั้งบุคลากรและผู้ใช้บริการ และงบประมาณที่มีมุมมองมิติเพศภาวะ (Gender Responsive Budgeting – GRB) เป็นต้น 4. มิติการพัฒนาสภาวะแวดล้อมและกฎระเบียบภายในองค์กร โดยปรับปรุงและพัฒนามาตรการและสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ เช่น ความเสมอภาคระหว่างเพศในการสรรหาและแต่งตั้ง การจัดห้องให้นมบุตร ห้องดูแลเด็กเล็ก ห้องปั๊มน้ำนมมารดา ห้องน้ำสำหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ และจัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขการล่วงละเมิดหรือการคุกคามทางเพศในการทำงานทุกหน่วยงาน เป็นต้น 5. มิติการติดตามและประเมินผล โดยทุกส่วนราชการมีหน้าที่ในการติดตามและการรายงานการดำเนินงานในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ
นางสาววิจิตา รชตะนันทิกุล รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวว่า ด้วยท่านปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีดำริให้ พม. เป็นองค์กรต้นแบบในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ สค. จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ในวันนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเสริมสร้างความรู้และความตระหนักในประเด็นความเสมอภาคระหว่างเพศ ให้แก่ อธิบดี ผู้บริหารด้านการเสริมสร้างบทบาทหญิงชาย (Chief Gender Equality Officer – CGEO) หัวหน้าศูนย์ประสานงานด้านความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย (Gender Focal Point – GFP) และเจ้าหน้าที่ GFP ทุกกรมใน พม. รวมทั้ง ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) การเคหะแห่งชาติ และสำนักงาน ธนานุเคราะห์ ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัด พม. รวมจำนวน ๔๕ คน ซึ่ง สค. ตระหนักว่า การที่ผู้บริหาร และกลไกหลักในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศในหน่วยงาน ซึ่งได้แก่ CGEO และ GFP มีความรู้และความตระหนักในเรื่องเพศภาวะ สิทธิสตรี และการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ จะนำไปสู่การกำหนดนโยบาย ทิศทาง และการดำเนินงานที่คำนึงถึงความแตกต่างทางเพศ และประเด็นเพศภาวะซึ่งเป็นอุปสรรคกีดขวางกลุ่มเป้าหมายที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบอยู่ไม่ว่าจะเป็นสตรี ครอบครัว เด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ ให้เข้าถึงบริการ มีส่วนร่วม และได้รับประโยชน์จากบริการของ พม. อย่างเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ เพื่อให้เกิดสังคมที่เสมอภาคและเป็นธรรม โดยในวันนี้เราได้รับเกียรติจากท่านวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ในประเด็นสิทธิสตรี และการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศทั้งในระดับประเทศและระดับระหว่างประเทศ ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร. จุรี วิจิตรวาทการ คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ และคุณเรวดี ประเสริฐเจริญสุข ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการพัฒนา ที่ยั่งยืน รวมทั้งคณะอาจารย์จากศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ เป็นผู้ให้ความรู้ แลกเปลี่ยน และข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และสร้างให้ พม. เป็นแบบอย่าง ในด้านนี้ให้กับกระทรวงอื่น ๆ ต่อไป นางสาววิจิตา กล่าวรองศาสตราจารย์จุรี วิจิตรวาทการ ประธานศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนศาสตร์ ได้กล่าวถึงความสำคัญการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในทุกมิติทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ประชาคมโลกได้ร่วมกันในพันธสัญญาไว้ ไม่ว่าจะเป็นอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination against Women – CEDAW) ในสังคมที่มีทัศนคติความเชื่อในเรื่องสังคมชายเป็นใหญ่ (Patriarchy) ผลิตซ้ำ อคติ ค่านิยม ความคิด ความเชื่อ ผ่านทางสถาบันต่าง ๆ ทำให้ผู้หญิงถูกจำกัดสิทธิและเลือกปฏิบัติ บทบาทของรัฐมีหน้าที่ที่จะขจัดการเลือกปฏิบัติและส่งเสริมค่านิยมที่ถูกต้องมีความละเอียดอ่อนต่อประเด็นเพศภาวะ เช่น การจัดทำข้อมูลจำแนกเพศ (Sex disaggregated data) การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงความละเอียดอ่อนและตอบสนองในเรื่องเพศภาวะคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รองประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถานภาพสตรีแห่งชาติ (กยส.) คนที่สอง และประธานคณะกรรมการส่งเริมการพัฒนาสถานภาพตรี (กสส.) ได้ให้ข้อคิดว่า กรอบความคิด (Mind set) ของข้าราชการต้องเปิดกว้าง มองภาพสังคมให้รอบด้าน คำว่า เสมอภาค เท่าเทียม และหลากหลาย เป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญข้าราชการต้องมองแบบรวมทุกคน (inclusive) โดยไม่ละทิ้งใครไว้ ยึกหลักการเสมอภาคที่เคารพความแตกต่างในมิติต่าง ๆ ด้วย เช่น สตรี พิการ สูงวัย ในการปฏิบัติราชการ:Cr;มณสิการ รามจันทร์

นางเรวดี ประเสริฐเจริญสุข ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้กล่าวถึงกลุ่มเป้าหมายในการทำงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ว่าควรมองถึงมิติต่างๆ ของกลุ่มเป้าหมายที่มีความแตกต่างทั้งทางกายภาพและมิติที่ถูกโครงสร้างเชิงกลไกสถาบันกดทับให้เข้าไม่ถึงโอกาส และทรัพยากร หลักการสำคัญคือ การสร้างความเสมอภาค เป็นธรรม ขจัดอุปสรรคต่างๆ ที่กีดขวางการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพของประชากรกลุ่มเป้าหมาย